มาราธอนแรกในความทรงจำ

 

ทุกมาราธอนล้วนมีเรื่องราวให้จดจำเสมอ

20 มกราคม 2562 จอมบึงมาราธอน ครั้งที่ 34 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี


01.17 น. ล้างหน้าล้างตา ปลุกภรรยา และอุ้มลูกๆ ไปนอนต่อในรถเพราะเก็บของเตรียมไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน สตาร์ทรถออกจากตัวเมืองราวๆ ตี 2 ขับไปตามเส้นทางเลี่ยงเมือง เลี้ยวซ้ายตรงแยกเจดีย์หัก มุ่งหน้าสู่อำเภอจอมบึง ก่อนถึงตัวอำเภอรถเริ่มเยอะขึ้นและมาติดยาวตรงหน้าทางเข้า ตัดสินใจจอดรถเพื่อลงไปใส่รองเท้า ทาครีมนวด สลับให้ตาลมาเป็นคนขับเพื่อแวะหย่อนลงในจุดที่สะดวกที่สุด ถึงตรงนี้ก็ 2.45 น. แล้ว

83eb2f65a549349672717b60c2c7b499.jpg

ตำแหน่งบาดเจ็บ จะปวดมากๆ เมื่อวิ่งไประยะหนึ่ง

ยอมรับว่าทั้งเครียดและกังวลกับมาราธอนแรกนี้มาก เพราะอาการบาดเจ็บเอ็นใต้หัวเข่าซ้ายที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน (ต้นเหตุจากอุบัติเหตุวิ่งตกหลุมตั้งแต่ 3 เดือนก่อน แต่ไม่ยอมรักษาให้หายขาด จนอาการมากำเริบมากขึ้นตอนนี้) ได้ทำลายความมั่นใจและความสนุกของทริปนี้ลงไปพอสมควร สิ่งที่พอให้ใจชื้นได้อยู่บ้างก็คือการฟื้นฟูดูแลรักษาหัวเข่าในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายที่ดูจะได้ผลดี (กินยาคลายกล้ามเนื้อและลดการอักเสบของเส้นเอ็น, การยืดเหยียดช่วงแผ่นหลัง หัวเข่า และส่วนของ ITB) สามารถวิ่งช้าๆ ในระยะ 5 กิโลได้โดยไม่มีอาการเจ็บ จึงทำให้พอมีกำลังใจ เชื่อมั่นว่าหากวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่าเพซที่ซ้อมมาประมาณ 1.30-2 นาที อาจจะไม่เจ็บหรือถึงจุดที่เจ็บช้า ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหนนั้นยังเป็นคำถามที่ต้องลุ้นเอาหน้างาน ในหัวคิดเพียงแค่จะวิ่งให้ช้า เบา สบายหัวเข่าที่สุด เก็บไปทีละกิโลโดยไม่สนใจเวลา ถ้าถึงจุดที่เจ็บมากเมื่อไหร่ ไปไม่ไหวจริงๆ ก็จะยอมหยุด DNF แต่โดยดี พอทำใจกับเรื่องนี้ได้บ้างแล้ว

เมื่อเข้ามาถึงสนามพยายามติดต่อโทรหาแอดโบว์ พี่เก๋ และทีมเพื่อรวมตัวกันวอร์มตามที่นัดหมายไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จ นักวิ่งก็เยอะมาก จึงรีบไปที่จุดรับฝากของ แล้วเริ่มกายบริหาร วิ่งวอร์ม ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ดริลและสไตรด์ตามลำดับเหมือนที่ทำมาตลอด 5 เดือนของการซ้อม แต่เหงื่อไม่ออกเลย คงเพราะตื่นเต้นและอากาศที่หนาว ถึงตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 15 นาทีจะปล่อยตัวมาราธอน จึงรีบออกจากจุดฝากของเดินเข้า block B ทำสมาธิ วางแผนเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

9cc90cd6ebcc7354bdb794f0dabebfe1.jpg

ปล่อยตัวระยะมาราธอน ตี 4 ตรง

04.00 น. ปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทประมาณตี 4 ด้วยเพซที่ไม่ควรมาอยู่ block นี้ จึงพยายามเบี่ยงตัวเองออกมาอยู่ริมๆ ทางเพื่อไม่ให้ไปขวางนักวิ่งคนอื่น ด้วยความมืดและนักวิ่งที่เยอะมากจึงค่อยๆ ก้าวเท้าสั้นๆ ตาก็มองด้านหน้าสลับกับมองพื้นถนนอยู่ตลอด เพราะกลัวจะไปสะดุด ชน หรือตกหลุมแล้วจะหกล้ม 2 กิโลแรกยังต้องเกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ จากนั้นชะลอฝีเท้าลงในเพซที่รู้สึกสบายหัวเข่าที่สุดประมาณ 7.30-7.45 ผ่าน 5 กิโลแรก รู้สึกดี ไม่มีอาการบาดเจ็บ และไม่เหนื่อย ผ่าน 10 กิโล หัวใจยังอยู่ในโซนสองปลายๆ แต่เริ่มล้าขึ้น เพราะความกังวลหัวเข่าทำให้การลงเท้าจะเกร็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ เท้าข้างขวากลายเป็นต้องรับภาระหนักเพื่อผ่อนแรงจากข้างซ้าย

อากาศที่เย็นสบายช่วยให้วิ่งได้เรื่อยๆ เหงื่อออกน้อยทำให้ไม่เหนื่อยเร็ว นึกเสียดาย ถ้าไม่เจ็บก่อนมาในสภาพอากาศแบบนี้คงวิ่งตามเพซที่ซ้อมมาได้ดีและสนุกแน่ๆ เพื่อนร่วมวิ่งก็ดูสนุกสนาน วิ่งไปคุยไป หลายคนมาด้วยกันก็แซว หยอกล้อกัน บางคนวิ่งไปฟังเพลงไป (เปิดลำโพง) ก็มันส์ดี ยังไม่นับสองข้างทางที่มีกองเชียร์ เสียงเพลง และการแสดงน่ารักๆ ของเด็กนักเรียนและชาวบ้านให้ชมอยู่ตลอดเหมือนที่หลายคนบอกไว้ เป็นกำลังใจหล่อเลี้ยงนักวิ่งไปได้เรื่อยๆ ผมแตะมือน้องๆ ที่รอเชียร์อยู่ริมทางทุกครั้ง รู้สึกดีมาก จะชะลอและพักโดยการหยุดเดินในทุกจุดให้น้ำ ยืดเหยียดนิดๆ หน่อยๆ ทุก 2 จุดให้น้ำ ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นดูดี จนมาถึงกิโลเมตรที่ 23 อาการเจ็บตรงหัวเข่าซ้ายเริ่มปรากฏ

348abd6bbed7c6eb1258fddbb7b2c701.jpg

กองเชียร์มีให้เห็นตลอดสองข้างทาง

6f3c5a78dbc5318a5698e381544ed219.jpg

อาการปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

1530d1456f36c594ddb7e4ad5b317f70.jpg

วิ่งไปเป่าปากไป แซ่บมาก 55

เส้นทางในขณะนี้เป็นช่วงที่กำลังไต่ระดับขึ้นเนินสูงที่สุดของเส้นทาง ช่วงเดียวกับที่วิ่งสวนทางพี่คม แอดโบว์ และน้องทราย พวกเราทักทาย ส่งยิ้มให้กำลังใจกันและกัน ทุกคนผ่านจุดกลับตัวแล้ว และกำลังวิ่งตัวปลิวกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่จะเป็นจุดสิ้นสุดอันงดงามแห่งสนามมาราธอนแรก (แอดโบว์นี่สนามที่ 7 แล้วนะ) ส่วนผมรู้ตัวเองเช่นกันว่าชีวิตกำลังลำบาก อาการเจ็บจี๊ดๆ เหมือนมีอะไรทิ่มตรงใต้ลูกสะบ้าเยื้องลงมาทางด้านซ้ายเป็นสัญญาณที่บอกว่าต้องหยุดเดินเดี๋ยวนี้ ถ้าฝืนวิ่งต่อจะพังแน่นอน (เหมือนที่เกิดขึ้นตลอดการซ้อมวิ่งยาวเดือนธันวา-มกรา) ทำให้เกิดความเครียดและกังวลมากๆ ผมต้องหยุดเดินและยืดเหยียดนานประมาณ 5-10 นาที อาการจึงจะทุเลาลง สามารถวิ่งเบาๆ ต่อไปได้อีกสักระยะ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะกลับมาเจ็บจี๊ดแบบนี้อีก และเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้เริ่มคิดถึงการ DNF แล้ว

อาการเจ็บยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ผมพยายามควบคุมไม่ให้มันมากไปกว่านี้โดยการหยุด-เดิน-ยืดเหยียด-เดิน- และจ็อก วนไปแบบนี้จนถึงตอนนี้ 32 กิโลแล้ว ไกลที่สุดที่เคยมาถึงในการซ้อม แต่หันมองซ้ายขวาและเท่าที่ผ่านสายตามาก็ยังไม่เห็นใครยอมยกธงขาวขอถอนตัว หลายคนก็ยังวิ่งๆ เดินๆ เหมือนกัน ลองไปต่อดูก็พอไปไหวนะ คิดซะว่าหลังจากนี้ทุกกิโลเมตรคือกำไร เราจะเก็บไปได้แค่ไหน อันที่จริงนอกจากเรื่องเข่าแล้ว เราไม่ได้ถึงกับเหนื่อยหอบเลย ไม่หิว ไม่โหย เชื่อว่ามันเป็นผลมาจากการซ้อมที่ “ถึง” จริงๆ ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร ผ่านจุดให้น้ำ ผลไม้ เกลือแร่ก็เก็บครบทุกจุด เจอจุดปฐมพยาบาลก็ใช้บริการหมดทั้งน้ำแข็ง สเปรย์ ครีม ร้อนเย็นอะไรก็ได้ เอาหมด อาจารย์ณรงค์ที่วิ่งมาไล่ๆ กันแนะนำว่าให้ใช้แต่น้ำแข็งประคบ ห้ามใช้ครีมร้อน แต่จังหวะนั้นเอาหมดฮะจาน อะไรก็ได้ให้รู้สึกชาไว้ก่อน 555

242be7e31c12d288953790471e584e75.jpg

จ็อก-เดิน-ยืดเหยียด-เดิน-จ็อก วนไป

8fc92a7d4bf74bbeacc43f692a7ee9e1.jpg

เอาหน่อยๆ มาไกลแล้ว อีกนิดเดียว

อาการเจ็บทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ลากสังขารมาได้ถึงกิโลเมตรที่ 36 น้องตะคริวก็กระโดดมาเกาะบริเวณหน้าขาขวา มาเป็นก้อน เจ็บปวดมากที่สุด แต่ทางยังอีกไม่ไกล คิดว่ายังไงก็ต้องไปต่อละ อีกนิดเดียวเองไม่ยอมหยุดแน่ๆ ถึงตอนนี้ถ้าครูกฤตย์ได้มาอ่านคงต้องด่าเละเป็นแน่

1ed3345834543c54bc79abd4d5758136.jpg

"ยังยิ้มได้" เพราะเลือกแล้วว่าจะจดจำมาราธอนแรกนี้ในแบบไหน

ประคองมาเรื่อยๆ จนผ่าน 40 กิโล เหลืออีกแค่ 2 กิโลเมตรสุดท้ายแต่ทำไมมันไกลเยี่ยงนี้ ไกลที่สุดในชีวิต ตากล้องก็เยอะจัด (เยอะจริงๆ) แอบหยุดเดินแปปเดียวต้องวิ่งต่อ ลูกโป่งเพเซอร์ 5.30 ก็แซงไปแล้ว ยังไงก็ตามตอนนี้ผมมาถึงเส้น “500 meters to go” แล้ว กำลังใจกลับมา แรงก็กลับมา ผ่านเส้น 400 300 200 และ 100 เมตรสุดท้าย มาถึงพรมแดงจนได้ ขอสับหน่อยเถอะ 555 สุดท้ายผมเข้าเส้นชัยได้สำเร็จที่เวลา 5 ชม. 37 นาที รับเหรีญ เดินไปรับเสื้อ รับคูปองอาหารแต่ไม่ได้เอาอาหาร เดินวกกลับไปเอาของที่ฝากไว้ โทรหาตาลบอกว่าทำได้ เจ็บแต่ทนไหว แล้วก็เขยกๆ ไปพบครูดินและทีมงานซึ่งรอลูกบ้านอยู่ด้านหน้าโรงแรมจอมพลพาเลซนานแล้ว

มาราธอนแรกไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักใบ แต่ในใจอิ่มเอม เราทำได้ ไม่เสียเที่ยว ไม่เสียใจที่ผิดเวลาไปมาก ที่จริงจะว่าไปก็เร็วกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ

c48c80e03f05a71633a4bd66d3319c5e.jpg

โค้งนี้เข้า 500 เมตรสุดท้าย ขอสับหน่อยเถอะวะ

0caa61c5e5a653e299b37cdbe4f3cf02.jpg

พรมแดง...

99b02c578e4ae940f76684573918a640.jpg

Finally I am a Marathon Finisher!!

10.05 น. บนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในวันนี้มีความดีใจ สุขใจ และลุล่วงซ่อนอยู่ คุ้มค่ากับที่ฟิตซ้อมมาร่วม 5 เดือน การซ้อมทุกๆ วันได้ปูรากฐานที่แข็งแรงให้กับร่างกาย เข้าใจในต้นทุนของตัวเอง และรู้จักบริหารจัดการพลังงานได้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานในวันนั้นๆ จึงไม่ควรต้องรู้สึกผิดหวังหรือเสียใจอะไรอีก

ยินดีที่ได้พบเจอเพื่อนๆ ที่ร่วมซ้อมกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย พี่คม พี่เก๋ น้องทราย ทุกคนแสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความอดทนมุ่งมั่น และสิ่งที่ตอบแทนกลับมาช่างยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจ แอดโบว์ น้องแอดมินประจำกลุ่มบ้านวัดใจ ที่ปรึกษาผู้คอยตรวจการบ้านและให้คำแนะนำที่ดีมาตลอดการซ้อม โดยเฉพาะช่วงท้ายที่เจออาการบาดเจ็บเล่นงานก็แนะนำวิธีการฟื้นฟู พยายามช่วยคิดวางแผนการวิ่งที่เหมาะสมให้ และครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี ครูผู้มอบความรู้และแบบอย่างของการเป็นนักวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีและยั่งยืน ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ลงตัวไปมากกว่านี้ ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ และเหมือนที่ครูบอกไว้ ถ้าไม่มีครอบครัวที่เข้าใจเราคงวิ่งมาราธอนไม่ได้ แรงบันดาลใจที่ทำให้ใจได้บันดาลแรงออกมาวิ่ง ก็คืออีก 3 ชีวิตที่ติดสอยห้อยตามตะลอนทริปกันมา คำตอบของคำถามที่ว่าวิ่งเพื่ออะไร จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมออกมาวิ่งอีกครั้งและสำเร็จในมาราธอนแรกนี้ได้ ขอบคุณจริงๆ จากใจ

05df6a1df565bc7f4f9720ba5265f3d5.jpg

ได้พบครูดินครั้งแรก เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ถ่ายรูปกับครูครับ

9ae1ee5c88c8e098f243f674a771e754.jpg

คนนี้แหละแอดโบว์ผู้น่ารักและขาแรง

4fca202cf2f200c506f6633bc237f173.jpg

พวกเราแข็งแกร่ง ซ้ายไปขวา พี่คม น้องทราย แอดโบว์ และพี่เก๋

ขอบคุณบ้านวัดใจและทีมแอดมินทุกท่าน บ้านหลังนี้ได้ช่วยให้เราเป็นนักวิ่งที่ดีขึ้น

S5F020
พ่อบ้านที่อยากไปมาราธอน
24 มกราคม 2562

#NewChapterOfTheLegend #มาราธอนแห่งการเรียนรู้ #จอมบึงมาราธอน #จอมบึงมาราธอนครั้งที่34 #จอมบึง2562 #CBM2019 #ChombuengMarathon #มาราธอนแรก #firstmarathon

ทุกมาราธอนจะมีเรื่องราวให้จดจำจริงๆ

11d0fca297fb3b5c2699e74d787a2046.jpg

No Pain No Gain

f59615d83c21baba19b0470b8ced992c.jpg

เพราะว่าไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักใบ ก่อนกลับสงขลาจึงลองแวะเข้ามาอีกครั้ง โชคดีที่ป้ายยังถูกเก็บไม่หมด

07b41735a757025e830d109a60e0c6a8.jpg

สตาร์ท B วิ่งจริง E

66b21cd01d7fabc084f1f5466bcbcbb8.jpg

แรงบันดาลใจจอมวุ่นวาย

0e074511a1d7a1b083fa7a1b548b752f.jpg

และ My Finisher ของผม

 

Rating

Average: 3 (2 votes)